ในสังคมสารนิเทศปัจจุบัน
กล่าวได้ว่า คอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนในสังคมมากยิ่งขึ้น
บทบาทของคอมพิวเตอร์มีมากยิ่งขึ้นสำหรับผู้ที่ต้องการสารนิเทศสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการสารนิเทศเพื่อใช้ประโยชน์สำหรับตนเองก็หลีกเลี่ยงการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อประโยชน์ด้านอื่น
ๆ ไปได้ บทบาทของคอมพิวเตอร์ที่มีต่อการใช้สารนิเทศในสังคมมีดังต่อไปนี้
ด้านการศึกษา
การใช้คอมพิวเตอร์ในด้านการศึกษา
แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ ใช้เป็นเครื่องมือในการศึกษา
และใช้เป็นเครื่องมือในการสอน
การใช้เป็นเครื่องมือในการศึกษาเกี่ยวข้องกับการบริหารการศึกษาซึ่งผู้บริหารการศึกษา
จำเป็นต้องทราบสารนิเทศต่าง ๆ ทางด้านนักศึกษา ด้านแผนการเรียน ด้านบุคลากร
ด้านการเงิน
และด้านอาคารสถานที่และอุปกรณ์ (ศรีศักดิ์ จามรมาน 2530 : 96) ข้อมูลแต่ละด้านที่ได้จากคอมพิวเตอร์
ผู้บริหารการศึกษาสามารถนำมาใช้ช่วยในการตัดสินใจได้
การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อเป็นเครื่องมือในการสอน
เป็นการช่วยให้ครูใช้ความรู้ความสามารถพิเศษให้เป็นประโยชน์แก่ระบบการศึกษาได้มากขึ้น
การนำคอมพิวเตอร์เข้ามามีส่วนช่วยในการสอน และการศึกษามีประโยชน์ในเรื่องดังต่อไปนี้
(ไชยยศ เรืองสุวรรณ 2526
: 217-219) คือ
1. เพื่อการสอบแบบตัวต่อตัว
2. เพื่อฝึกทักษะต่าง ๆ
ในการเรียน
3. เพื่อการสาธิต
4. เพื่อการเล่นเกมและสถานการณ์จำลอง
5. เพื่อสอนงานด้านการเขียน
6. เพื่อการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนการสอน
7. เพื่อช่วยผู้เรียนที่มีปัญหาเฉพาะตัว
ปัจจุบัน
คอมพิวเตอร์กำลังมีบทบาทต่อการศึกษาด้านภาษา เป็นเพราะว่าแต่เดิมมานั้น
คอมพิวเตอร์มีบทบาทเฉพาะการเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับภาษาอังกฤษ ทั้งนี้เพราะคอมพิวเตอร์ได้รับการประดิษฐ์ขึ้นในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ
แต่ในขณะนี้สังคมข่าวสารไม่ได้สกัดกั้นในการรับรู้สารนิเทศในภาษาอื่น ๆ
มีการสร้างโปรแกรมภาษาต่าง ๆ เช่น ภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาเลียน รัสเซีย สเปน
และแม้แต่ภาษาทางด้านตะวันออก เช่น ภาษาอารบิค จีน ฮิบรู ญี่ปุ่น เกาหลี (Becker
1984 : 82) การสร้างโปรแกรมภาษาต่าง ๆ จัดทำโดยผู้ที่รู้ภาษานั้น ๆ
โดยตรง หรือผู้ที่สนใจในการสร้างโปรแกรมภาษาต่าง ๆเช่น
การสร้างโปรแกรมการใช้ภาษาไทยของวิศวกรไทย ตลอดจนการใช้โปรแกรมภาษาพม่า
ซึ่งประดิษฐ์ขึ้นโดยวิศวกรไทย (ถวัลย์วงศ์ ไกรโรจนานนท์ 2532 : 10) คอมพิวเตอร์จะเป็นตัวกลางในการขจัดปัญหาเรื่องความไม่เข้าใจภาษาระหว่างชนชาติในอนาคต
ในประเทศสหรัฐอเมริกา
คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลมีบทบาทต่อด้านการศึกษา
มีการใช้คอมพิวเตอร์มากขึ้นในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา มีการคาดหมายว่าจะมีการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในชั้นเรียน
จาก 1:40 ในปี พ.ศ. 2529 เป็น 1 ต่อ 20 ภายในปี พ.ศ. 2533 คอมพิวเตอร์มีบทบาทต่อการถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารทางด้านการศึกษาได้เป็นอย่างดีไม่เฉพาะแต่ภายในสถานศึกษาเท่านั้น
บริษัทเอกชนต่าง ๆ สามารถนำคอมพิวเตอร์มาใช้ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ของตนให้ได้รับการศึกษาหรือฝึกอบรมในงานหน้าที่ได้เป็นอย่างดีด้วย(
Sanders1988:5 ) การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษาจะเป็นเรื่องธรรมดาในระบบการศึกษาต่อไป
ด้านการแพทย์และสาธารณสุข
คอมพิวเตอร์มีบทบาทอย่างสูงทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข
คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกอย่างยิ่งในด้านการแพทย์ เริ่มตั้งแต่การรักษาพยาบาลทั่ว ๆไป
โรงพยาบาลบางแห่งใช้คอมพิวเตอร์ในการทำทะเบียนคนไข้
ตลอดจนการวินิจฉัยและรักษาโรคต่างๆ จากการใช้ประโยชน์ของสารนิเทศที่ได้จากเครื่องคอมพิวเตอร์
การใช้คอมพิวเตอร์ทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขอาจเกี่ยวข้องในด้านต่อไปนี้คือ
ด้านการรักษาพยาบาลทั่วไป ด้านการบริหารการแพทย์
ด้านห้องทดลอง ด้านตรวจวินิจฉัยโรค
และด้านการศึกษาและวิจัยทางการแพทย์
(ศรีศักดิ์ จามรมาน 2530 :
100-101) การใช้ข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ด้านการแพทย์และสาธารณสุขที่สำคัญในปัจจุบันคือ
ด้านวินิจฉัยโรคและด้านการศึกษาและวิจัยทางการแพทย์
นักวิทยาศาสตร์การแพทย์สามารถค้นคว้าข้อมูลทางการแพทย์เพิ่มเติมได้ตลอดเวลา
เป็นการพัฒนาความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์การแพทย์และการสาธารณสุขอย่างไม่หยุดยั้ง (Sanders
1988 : 7) คอมพิวเตอร์มีบทบาทต่อการให้ข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรค
สำหรับทำการรักษาได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำขึ้น
ในวงการแพทย์เริ่มรู้จักใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า
อีเอ็มไอสแกนเนอร์ (EMI Scanner) เมื่อปี พ.ศ. 2515 เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เครื่องนี้ใช้ถ่ายภาพสมองมนุษย์เพื่อตรวจดูเนื้องอก
พยาธิ เลือดออกในสมองและความผิดปกติอื่น ๆ ในสมอง
ต่อมาได้พัฒนาให้ถ่ายภาพหน้าตัดได้ทั่วร่างกาย เรียกชื่อว่าซีเอที (CAT-Computerized
Axial Tomographic Scanner) มีวิธีการฉายแสงเป็นจังหวะไปรอบ ๆ
ร่างกายของมนุษย์ที่ต้องการถ่ายเอกซเรย์และเครื่องรับแสงเอกซเรย์ที่อยู่ตรงข้ามจะเปลี่ยนแสงเอกซเรย์ให้เป็นสัญญาณไฟฟ้าไปเก็บไว้ในจานหรือแถบแม่เหล็ก
แล้วนำสัญญาณไฟฟ้าเหล่านี้เข้าไปวิเคราะห์ในเครื่องคอมพิวเตอร์
ซึ่งเมื่อได้ผลลัพธ์ออกมาก็นำไปเก็บในส่วนความจำ
และพิมพ์ภาพออกมาหรือแสดงเป็นภาพทางจอโทรทัศน์ (วัชัย
ศังขจันทรานนท์ 2530 : 148-149) เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์จึงเป็นตัวอย่างของการใช้คอมพิว
เตอร์ในการวินิจฉัยและรักษาโรค
ด้านอุตสาหกรรม
คอมพิวเตอร์มีส่วนช่วยพัฒนาความก้าวหน้าทางด้านอุตสาหกรรม
โดยนักวิทยาศาสตร์ได้ประดิษฐ์หุ่นยนต์เพื่อใช้ในบ้านและหุ่นยนต์อุตสาหกรรม
ทั้งนี้หุ่นยนต์จะเป็นอุปกรณ์ที่สร้างขึ้นเพื่อเลียนแบบการทำงานของอวัยวะส่วนบนของมนุษย์
ประกอบด้วยระบบทางกลของหุ่นยนต์ และระบบควบคุมหุ่นยนต์ ประกอบด้วยอุปกรณ์ควบคุม
ซึ่งควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์โดยอัตโนมัติด้วยคอมพิวเตอร์ นับเป็นส่วนสำคัญที่สุดของหุ่นยนต์
ระบบควบคุมนี้ทำหน้าที่เป็นสมองเก็บข้อมูลสั่งหุ่นยนต์ให้ทำงานตรวจสอบและควบคุมรายละเอียดของการทำงานให้ถูกต้อง
(หริส สูตะบุตร 2530
: 160) การประดิษฐ์หุ่นยนต์อุตสาหกรรมอำนวยประโยชน์ในการช่วยทำงานในอุตสาหกรรมที่สำคัญคือ
งานที่ต้องเสี่ยงภัยและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ (Sanders 1988 : 7) เช่น โรงงานยาฆ่าแมลง โรงงานสารเคมี งานที่ต้องการความละเอียดถูกต้อง
และรวดเร็ว เช่น โรงงานทำฟันเฟืองนาฬิกา โรงงานทำเลนส์กล้องถ่ายรูป
และงานที่ต้องทำซ้ำ ๆซากๆ และน่าเบื่อหน่าย เช่น โรงงานประกอบรถยนต์
โรงงานประกอบวงจรเบ็ดเสร็จ หรือไอซี และโรงงานทำแบตเตอรี่ เป็นต้น
การประดิษฐ์สิ่งของหรือผลิตภัณฑ์บางอย่างในโรงงานอุตสาหกรรม
คอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทอย่างสูงต่อการควบคุมการผลิตสินค้าโดยไม่ต้องใช้แรงงานคนมาก
เป็นการประหยัดแรงงาน นอกจากด้านการผลิตสินค้าแล้ว คอมพิวเตอร์ยังมีส่วนช่วยต่อการจัดส่งสินค้าตามใบสั่งสินค้า
การควบคุมวัสดุคงคลัง และการคิดราคาต้นทุกสินค้า เป็นต้น (ศรีศักดิ์ จามรมาน 2530 : 93)
ด้านเกษตรกรรม
การนำคอมพิวเตอร์มาใช้ประโยชน์ในด้านเกษตรกรรมได้แก่
การจัดทำระบบข้อมูลเพื่อการเกษตรซึ่งอาจมีทั้งระดับท้องถิ่น ระดับชาติ
และระดับนานาชาติ สำหรับระดับนานาชาตินั้น อาจจะเริ่มด้วยสำมะโนเกษตรนานาชาติ
ซึ่งสถาบันการเกษตรระหว่างประเทศ (International Institute of Agriculture)
ได้เริ่มต้นตั้งแต่ พ.ศ. 2473 โดยมีประเทศต่าง ๆ ร่วมเก็บข้อมูล รวม 46 ประเทศ
ต่อมาองค์การอาหารและเกษตร (FAO) ได้ดำเนินงานต่อในปี พ.ศ. 2493 และมีประเทศต่าง ๆ
ร่วมโครงการเพิ่มเติมมากขึ้น (ศรีศักดิ์ จามรมาน 2530 : 112) ทำให้ประเทศต่าง
ๆ
ทั่วโลกได้ข้อมูลเพื่อเกษตรกรรมทางด้านสำมะโนเกษตรนอกจากนี้ยังใช้คอมพิวเตอร์ช่วยทำแบบจำลองพยากรณ์ความต้องการพยากรณ์ผลผลิตด้านการเกษตร
เป็นต้น
ด้านการเงินการธนาคาร
การใช้คอมพิวเตอร์ในด้านการเงินและการธนาคาร
เป็นการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยในงานด้านการบัญชีและด้านการบริหาร การฝากถอนเงิน
การรับจ่าย การโอนเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ การหักบัญชีอัตโนมัติ ด้านสินเชื่อ
ด้านแลกเปลี่ยนเงินตรา บริการข่าวสารการธนาคาร
บริการฝากถอนเงินนอกเวลาและบริการอื่น ๆ
การใช้คอมพิวเตอร์ด้านการเงินการธนาคารที่ประชาชนรู้จักและใช้กันอย่างแพร่หลาย
ได้แก่ บริการฝากถอนเงินนอกเวลา ซึ่งมีใช้กันทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทย
ซึ่งเรียกชื่อว่า บริการเงินด่วน
หรือบริการเอทีเอ็ม (
Automatic Teller Machine - ATM )ที่ธนาคารต่างๆสามารถให้บริการเงินด่วนแก่ลูกค้าได่(Sanders
1988 : 9 ) ทำให้เกิดความสะดวกรวดเร็วต่อการใช้เงินในการดำเนินงานทางธุรกิจต่างๆ
ได้
ด้านธุรกิจการบิน
ธุรกิจสายการบินมีความจำเป็นต้องนำคอมพิวเตอร์มาใช้เพื่อให้สามารถให้บริการได้รวดเร็ว
เพื่อการแข่งขันกับสายการบินอื่น ๆ
และเพื่อรักษาความปลอดภัยในการบินโดยช่วยตรวจสอบสภาพเครื่องและอุปกรณ์ได้อย่างถูกต้องแน่นอนและสม่ำเสมอ
ธุรกิจที่มีการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ด้านการบิน อาจแบ่งเป็น 3 ประเภท
คือ ผู้โดยสาร สินค้าพัสดุภัณฑ์ และบริการอื่น ๆ ของสายการบิน (ศรีศักดิ์ จามรมาน 2530 :
88) ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน คือระบบบริการผู้โดยสาร
อาจจะเริ่มด้วยระบบบันทึกตารางการบิน
ซึ่งบันทึกและเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูลเที่ยวบิน เส้นทางบิน เวลาออกและเวลาถึง
จำนวนที่นั่ง สารนิเทศด้านการบริการผู้โดยสารมีความสำคัญอย่างมาก
และจำเป็นต้องได้รับข้อมูลอย่างรวดเร็ว โดยปราศจากปัญหาทางด้านเวลา และสถานที่
รายการบินต่าง ๆ จึงได้แข่งขันในการสร้างฐานข้อมูลทางด้านนี้
บางสายการบินได้รวมตัวกันเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการใช้สารนิเทศร่วมกัน
ด้านกฎหมายและการปกครอง
ทางด้านกฎหมายและการปกครอง
มีการใช้คอมพิวเตอร์แก้ปัญหาด้านกฎหมาย
คืองานระบบข้อมูลทางกฎหมายมีการนำสารนิเทศที่เกี่ยวข้องกับตัวบทกฎหมายทุกฉบับรัฐธรรมนูญทุกฉบับ
กฎหมายอาญากฎหมายแพ่งพระราชบัญญัติ พระราชกำหนด พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวงประกาศต่างๆและอื่น
ๆ เข้าคอมพิวเตอร์ทั้งหมด
หลังจากนั้นคอมพิวเตอร์จะช่วยในการค้นสารนิเทศทางด้านกฏหมายได้อย่างรวดเร็ว(
ศรีศักดิ์ จามรมาน 2530
: 108) ดังตัวอย่างในประเทศสหรัฐอเมริกา
มีการใช้คอมพิวเตอร์ระบบแอสเปน (Aspen System Corporation) ซึ่งเป็นระบบข้อมูลทางด้านกฎหมายที่ใช้กันมากกว่า
50 แห่ง (ศรีศักดิ์ จามรมาน 2530 : 108) นักกฎหมายและผู้ที่เกี่ยวข้องจึงได้ประโยชน์ในการค้นสารนิเทศในเวลาอันรวดเร็ว
โดยเฉพาะในการค้นข้อมูลเกี่ยวกับคดีต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นแล้ว เป็นต้น
แทนที่จะค้นจากหนังสือซึ่งต้องเสียเวลาเป็นอันมาก
การใช้คอมพิวเตอร์ทางด้านการปกครอง
ส่วนใหญ่ใช้ในกิจกรรมการเลือกตั้งดังเช่นในประเทศไทย
เมื่อมีการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาล่าสุด
มีการใช้คอมพิวเตอร์มาประมวลผลข้อมูลการเลือกตั้ง
ทำให้ประชาชนได้ทราบผลการเลือกตั้งได้อย่างรวดเร็ว
ด้านการทหารและตำรวจ
มีการใช้คอมพิวเตอร์ด้านการทหารและตำรวจอย่างแพร่หลายในประเทศต่าง
ๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกา
การใช้คอมพิวเตอร์ในด้านการทหารได้เจริญก้าวหน้าไปมากกว่าประเทศอื่นใดในโลก
แต่ผลงานด้านนี้มักจะเป็นผลงานชนิดลับสุดยอดต่างๆ เท่าที่พอจะทราบกัน ได้แก่
การใช้คอมพิวเตอร์ในวงจรสื่อสารทหาร
ใช้ในการควบคุมประสานงานด้านการทหารใช้แปลรหัสลับในงานจารกรรมระหว่างประเทศ
ใช้ในการผลิตระเบิดนิวเคลียร์ ใช้ในการทำสงครามจิตวิทยา
ใช้ในการวิจัยเตรียมทำสงครามเชื้อโรค ใช้ในการสร้างขีปนาวุธ
และใช้ในการส่งดาวเทียมจารกรรม เป็นต้น (ศรีศักดิ์ จามรมาน 2530 : 111) กรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย มีศูนย์ประมวลข่าวสารกรมตำรวจ
มีคอมพิวเตอร์ขนาดกลางใช้ทำทะเบียนปืน ทำทะเบียนประวัติอาชญากรรม
ทำให้เกิดความสะดวกต่อการสืบสวนคดีต่าง ๆ
ด้านอุตสาหกรรมการพิมพ์และธุรกิจอื่น ๆ
บทบาทของคอมพิวเตอร์ต่อธุรกิจอุตสาหกรรมการพิมพ์ในปัจจุบัยมีมาก
หน่วยงานทางการพิมพ์ ตลอดจนสำนักข่าวใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการจัดพิมพ์ต้นฉบับ
ตรวจแก้ไข จนกระทั่งจัดพิมพ์เป็นรูปเล่ม ทำให้การจัดทำหนังสือพิมพ์ วารสาร
และหนังสือต่าง ๆดำเนินไปด้วยความรวดเร็ว และถึงมือผู้อ่านได้อย่างทันท่วงที (Stair
1984 : 32-33) อุตสาหกรรมการพิมพ์เป็นธุรกิจที่ทำรายได้ให้แก่ประเทศต่าง
ๆ อยู่ในขณะนี้ และเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสารนิเทศ
มีรายงานว่ามีเจ้าหน้าที่คนงานในประเทศสหรัฐอเมริกากว่า 50 ล้านคน
ได้ใช้ประโยชน์จากการใช้คอมพิวเตอร์ในการดำรงงานทางธุรกิจ มีการใช้อุปกรณ์สื่อสารระบบสำนักงานอัตโนมัติและเทคโนโลยีโทรคมนาคมอื่นๆร่วมกับคอมพิวเตอร์ทำให้การดำเนินงานทางธุรกิจต่าง
ๆ
ดำเนินไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ (Sanders 1988 : 7) ทำให้ธุรกิจต่าง ๆ ไม่มีปัญหาทางด้านระยะเวลา
และสถานที่ต่อการติดต่อทางธุรกิจอีกต่อไป
ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อประโยชน์ทางด้านวิทยาศาสตร์มีมากในสถาบันการศึกษาตลอดจนสถาบันวิจัยต่าง
ๆมีการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการวิจัยทดลองทางด้านวิทยาศาสตร์ เช่น
การวิจัยในทางนิวเคลียร์ ฟิสิกส์ ซึ่งเป็นวิชาว่าด้วยส่วนประกอบที่เล็กที่สุดของสสาร(ศรีศักดิ์ จามรมาน 2530 :115) การค้นคว้าทดลองทางวิทยาศาสตร์สาขาต่างๆทำให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างไม่หยุดยั้ง
เช่น
ทางด้านวิศวกรรมศาสตร์มีการใช้คอมพิวเตอร์ให้มีส่วนร่วมต่อการออกแบบโครงสร้างทางวิศวกรรมที่ยุ่งยากสลับซับซ้อน
ทำให้มีส่วนช่วย
ต่อการออกแบบทางด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมได้อย่างไม่มีขอบเขตจำกัด
(Sanders
1988 : 8) บทบาทของคอมพิวเตอร์ทางด้านวิทยาศาสตร์จึงมีประโยชน์ต่อการพัฒนาข้อมูลสารนิเทศอย่างไม่หยุดยั้ง
จากการเชื่อมโยงเครือข่ายข้อมูลสารนิเทศโดยระบบโทรคมนาคมคอมพิวเตอร์มีบทบาทอย่างสูงต่อการให้บริการข้อมูลอย่างไม่มีขอบเขตจำกัด
ผู้ใช้สารนิเทศสามารถเรียกค้นข้อมูลจากผู้ให้บริการสารนิเทศตั้งแต่เรื่องทั่วๆไปจนกระทั่งขอค้นรายละเอียดจากหนังสือสารานุกรมได้
และภายในบ้านเรือน
คอมพิวเตอร์มีบทบาทต่อการใช้ของสมาชิกภายในครอบครัวทุกคนภายในบ้านมีโอกาสได้เล่นเกมวีดิทัศน์ด้วยความบันเทิงสนุกสนาน
และศึกษาความรู้จากบทเรียนสำเร็จรูปไปด้วยในตัว
คอมพิวเตอร์สำหรับบ้านเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับนักธุรกิจในการจัดเตรียมจดหมาย
การจัดเก็บรวบรวมข้อมูลสารนิเทศส่วนบุคคล และการดำเนินงานกิจการต่าง ๆ
ของสมาชิกภายในครอบครัว
บทบาทของคอมพิวเตอร์
ยังมีอีกมากมายทางด้านต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับผู้ใช้สารนิเทศต้องการใช้ในด้านใด
คอมพิวเตอร์เมื่อนำมาใช้รวมกับระบบโทรคมนาคมการสื่อสารสามารถจะเปลี่ยนอนาคตของสังคมปัจจุบัน
เปลี่ยนวิถีชีวิตประจำวันของประชาชนต่อการทำกิจกรรมต่าง ๆ
จาก www.library.uru.ac.th/bookonline/books/1633102/iit5.doc
จาก www.library.uru.ac.th/bookonline/books/1633102/iit5.doc
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น